วิเคราะห์กัมบะโอซากา

19/08/2018 Admin

กัมบะโอซากา

วิเคราะห์กัมบะโอซากา  กับสุดยอดเว็บไซต์  ในระยะ 10 กว่าปีหลัง ฟุตบอลเจลีกไม่นิยมการดึงตัวสตาร์ระดับโลกด้วยค่าจ้างที่มหาศาลอีกแล้ว โดยจะไปเน้นเอานักเตะต่างชาติที่ราคาไม่สูงแต่สามารถสร้างความแตกต่างในการเล่นให้กับทีมมากกว่า อย่างไรก็ตาม ในอดีต “เจลีก” ก็ถือเป็นแหล่งเข้ามาโกยเงินในเอเชียของบรรดานักฟุตบอลชื่อดังที่ใกล้ปลดระวาง เล่นบอล แทงบอล เล่นบอลออนไลน์ แทงบอลออนไลน์

 

พาทริค เอ็มโบมา (แคเมอรูน)

อดีตศูนย์หน้าระดับตำนานของทีมชาติแคเมอรูน ผู้เคยผ่านการเล่นในลีกฝรั่งเศสกับทีมใหญ่มาแล้วกับทั้ง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เม็ตซ์ อีกทั้งยังเคยเล่นทั้งในอิตาลีและอังกฤษ

 

แต่สำหรับ เอ็มโบม่า ตัวเขาน่าจะได้รับการยอมรับมากที่สุดคือการเล่นที่ญี่ปุ่น โดยเจ้าตัวเคยมาเล่นในดินแดนอาทิตย์อุทัยถึงสองหนด้วยกัน หนแรกคือช่วงปี 1997-98 ซึ่งตอนนั้น เอ็มโบมา ถล่มประตูให้กับต้นสังกัดอย่าง กัมบะ โอซากา อย่างถล่มทลาย

โดยเฉพาะในฤดูกาลแรกที่เขาทำถึง 25 ประตู คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดของลีก รวมทั้งติดทีมยอดเยี่ยม จากนั้นก็หวนกลับมาค้าแข้งในเจลีกอีกครั้งในช่วงปลายอาชีพค้าแข้ง ด้วยวัย 33 ปี เอ็มโบม่า ย้ายมาเล่นให้กับโตเกียว เวอร์ดี้ และวิสเซล โกเบ สโมสรละ 2 ฤดูกาล ก่อนแขวนสตั๊ดที่ญี่ปุ่นนี่เอง

 

ดีเอโก ฟอร์ลัน (อุรุกวัย)

ดาวเตะทีมชาติอุรุกวัย ออกมาแสวงหาความท้าทายในเอเชีย หลังจากที่ประสบความสำเร็จระดับสโมสรในยุโรปโดยเฉพาะในสเปนกับ บียาร์เรอัล และ แอตเลติโก มาดริด รวมไปถึงยังเคยค้าแข้งกับ แมนฯยูไนเต็ด และอินเตอร์ มิลาน ด้วย อีกทั้งยังเป็นฮีโร่ลูกหนังของชาวอุรุกวัย คราวที่พา “จอมโหด” คว้าอันดับ 4 ฟุตบอลโลก 2010

 

ดีเอโก ฟอร์ลัน ย้ายมาเล่นในเจลีก กับ เซเรโซ โอซากา ด้วยสัญญา 18 เดือนในปี 2014 และประเดิมสนามในเกมเอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก ในเกมเสมอ โปฮัง สตีลเลอร์ส 1-1 ส่วนในลีกเกมแรกที่รับใช้ต้นสังกัดคือเกมที่แพ้ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา 0-1 ขณะที่ประตูแรกของเขา มาจากชัยชนะถล่มทลาย 4-0 เหนือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์จากไทย

 

ตลอดช่วงเวลาในญี่ปุ่น ผลงานของฟอร์ลันถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ด้วยจำนวน 9 ประตูจาก 34 เกมในทุกรายการ และไม่อาจช่วยเซเรโซ โอซากา รอดตกชั้น จนต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใน เจทู ฤดูกาลถัดมา แม้ยิงถึง 10 ประตูจาก 16 เกม แต่ก็เป็นการเล่นในลีกล่าง ซึ่งมาตรฐานต่ำกว่าอยู่แล้ว

 

ฮริสโต สตอยช์คอฟ (บัลแกเรีย)

ตำนานนักเตะหมายเลขหนึ่งตลอดกาลของทีมชาติบัลแกเรีย ประสบความสำเร็จอย่างมากมายกับทีมดังๆอย่างบาร์เซโลนา รวมถึงเคยเป็นนักเตะที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์อีกด้วย ขณะที่ผลงานในทีมชาติ เคยพาชาติเล็กๆอย่างบัลแกเรียหักปากกาเซียนเข้าถึงรอบรองชนะเลิศและคว้าอันดับ 4 ฟุตบอลโลกในปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา

 

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงในยุโรปแล้ว เจ้าตัวเดินทางไปเล่นฟุตบอลในเอเชีย โดยเริ่มจาก อัล นาสเซอร์ ในซาอุดิอาระเบีย ก่อนเดินทางมาอยู่กับ คาชิวา เรย์โซล 2 ฤดูกาล และทำ 12 ประตูในช่วงเวลาดังกล่าว จากนั้นจึงแบกกระเป๋าสู่สหรัฐฯ และไปแขวนสตั๊ดที่นั่น

 

ซิโก (บราซิล)

เจ้าของฉายา “เปเล่ขาว” ซึ่งเคยแขวนสตั๊ดไปแล้วกับสโมสร ฟลาเมงโก แต่กลับมาหวนคืนสนามอีกครั้งเมื่อได้รับข้อเสนอจาก คาชิมา แอนท์เลอร์ส ในปี 1991 ด้วยวัย 38 ปี ซิโก คือสตาร์คนแรกๆ ที่เข้ามาโหมกระแสลูกหนังญี่ปุ่นก็คงไม่ผิด แม้ด้วยอายุอานามที่ล่วงเลย แต่นั่นก็เพียงพอในการปลุกความตื่นตัวของกีฬาชนิดนี้ในญี่ปุ่น และเสมือนเป็นสะพานเชื่อมโยงนักเตะต่างชาติให้มาเล่นฟุตบอลอาชีพที่ดินแดนแห่งนี้ โดยผลงานของซิโก กับคาชิมา แอนท์เลอร์ส เจ้าตัวลงสนามไป 45 นัดทำได้ 35 ประตู

 

ไม่เพียงเท่านั้น บนวิถีลูกหนัง ซิโก ยังเริ่มต้นคุมทีมกับสโมสรในญี่ปุ่นเป็นที่แรก กับทีมที่คุ้นเคยอย่าง คาชิมา แอนท์เลอร์ส แต่ไฮไลท์อยู่ที่การคุมทีมชาติญี่ปุ่น 4 ปีเต็ม ซึ่งรวมถึงการพาทีมลุยฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี ก่อนลาออกจากตำแหน่งหลังทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว

 

Tags :
Leave Comment
close(x)